การไหลเรือไฟในช่วงวันออกพรรษาเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงานประเพณีไหลเรือไฟ โดยเฉพาะในจังหวัดสกลนคร ความงดงามของเรือไฟที่ล่องลอยในยามค่ำคืนเกิดจากความตั้งใจและความร่วมแรงร่วมใจของชุมชน ตั้งแต่ขั้นตอนเล็ก ๆ อย่างการเตรียมน้ำมันใส่ขวด ไปจนถึงการประกอบโครงสร้างเรืออย่างประณีต

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของเรือไฟน้ำแบบดั้งเดิม คือ “ขวดน้ำมัน” ซึ่งใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสงสว่าง ชาวบ้านจะเริ่มจากการรวบรวมขวดแก้วหรือขวดพลาสติกที่สะอาด จากนั้นทำความสะอาดและผึ่งให้แห้ง ขั้นตอนต่อมาคือการเติมน้ำมันก๊าดลงในขวดในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป เพื่อให้สามารถจุดไฟได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการไหลเรือไฟ เมื่อเติมน้ำมันเรียบร้อยแล้ว จะใส่ไส้ตะเกียงซึ่งทำจากผ้าฝ้ายหรือเศษผ้าที่ดูดซับน้ำมันได้ดี โดยจัดให้ปลายไส้โผล่พ้นปากขวดเล็กน้อยสำหรับการจุดไฟขั้นตอนนี้ต้องอาศัยความระมัดระวังและความชำนาญ เพื่อความปลอดภัยและให้แสงไฟสม่ำเสมอในคืนงาน


ขณะเดียวกัน ชุมชนอีกส่วนหนึ่งจะทำหน้าที่ขึ้นโครงเรือไฟ เป็นโครงรูปทรงตามแบบที่ออกแบบไว้ ไม่ว่าจะเป็นลายพญานาค พระธาตุ หรือสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาหลังจากโครงสร้างหลักเสร็จสมบูรณ์ จะมีการติดตั้งโครงลวดหรือไม้เสริม เพื่อใช้แขวนขวดน้ำมันให้เรียงตัวเป็นลวดลายตามแบบร่างที่กำหนด


เมื่อขวดน้ำมันเตรียมพร้อมและโครงเรือเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนสำคัญคือการนำขวดไปแขวนเรียงตามตำแหน่งที่กำหนด ขวดแต่ละใบจะถูกผูกยึดอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหรือเอียงขณะเคลื่อนย้ายและลอยน้ำการจัดเรียงขวดน้ำมันเปรียบเสมือนการวาดภาพด้วยแสง เพราะเมื่อจุดไฟพร้อมกัน ขวดแต่ละใบจะรวมกันเป็นลวดลายสว่างไสวตามแบบที่ออกแบบไว้ ความประณีตในขั้นตอนนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เรือไฟมีความงดงามโดดเด่น


เมื่อถึงค่ำคืนวันออกพรรษา ชาวบ้านจะร่วมกันจุดไส้ตะเกียงทีละขวดอย่างพร้อมเพรียง แสงไฟค่อย ๆ ส่องสว่างเต็มลำเรือ ก่อนจะถูกเคลื่อนลงสู่สายน้ำอย่างระมัดระวังภาพเรือไฟที่ล่องลอยท่ามกลางความมืด สะท้อนแสงระยิบระยับบนผิวน้ำ ไม่เพียงเป็นความงดงามทางศิลปะ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความสามัคคี และความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนการทำเรือไฟน้ำจึงไม่ใช่เพียงการจัดเตรียมองค์ประกอบเพื่อความสวยงาม หากแต่เป็นกระบวนการที่หลอมรวมคนในชุมชนให้มาทำงานร่วมกัน ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น และสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น

